Skip to content

ทำไมอิสลามถึงให้ผู้หญิงคลุมฮิญาบ

สิงหาคม 25, 2011

Women In Islam

ฮิญาบ ในความหมายทางอาการนาม คือ การปิด การซ่อน หรือการปกคลุม หรือมีความหมายว่า ม่านกั้น แต่ความหมายในทางศาสนาบรรดานักวิชาการได้ให้ความหมายรวมไว้ว่า หมายถึง เครื่องแต่งกาย หรือ อาภรณ์มุสลิมะห์ที่ปกปิดส่วนที่เรียกว่า เอาเราะห์ คำว่า เอาเราะห์นี้ นักวิชาการมีความเห็นเป็นสองฝ่าย  คือ ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า เอาเราะห์ คือ บางส่วนของร่างกายสตรีซึ่งจะต้องปกปิดทั้งหมดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า อีกฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า ทุกส่วนของร่างกายสตรีเป็นเอารัต นอกจากใบหน้าและฝ่ามือ แต่ถ้าหากเกรงว่าจะเกิดความเสื่อมเสียก็ควรปิดทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งใบหน้าและฝ่ามือ ดังนั้นฮิญาบจึงมิได้หมายถึง เฉพาะผ้าคลุมศีรษะเท่านั้น
           
           บางคนมีความเห็นว่า ฮิญาบเป็นชุดที่สตรีชาวอาหรับสวมใส่กันสมัยก่อนอิสลาม หรือ เป็นแฟชั่นของสตรีชาวอาหรับ หรือเป็นประเพณีการแต่งกายของสตรีที่สืบทอดกันมา หรือเป็นเพียงเสื้อคลุมเพื่อกันฝุ่นของสตรีในประเทศแถบทะเลทราย
การมีความเห็นเช่นนี้ ถือเป็นความเข้าใจผิด เพราะการสวมฮิญาบเป็นบัญญัติที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.) ทรงบังคับใช้ให้สตรีมุสลิมะห์ ทุกคนถือปฏิบัติ อายะห์แรกที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประทานลงมาเกี่ยวกับฮิญาบอยู่ในซูเราะห์ อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 59  ว่า  “โอ้ นบี จงประกาศแก่บรรดาภรรยาของเจ้า บรรดาลูกสาวของเจ้า และบรรดาภริยาของศรัทธาชนทั้งหลาย แล้วพวกนางก็จะปล่อยผ้าคลุมศีรษะของพวกนางลงมาปิดส่วนล่างของร่างกายนางทั้งหลาย นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก แล้วพวกนางก็ไม่ถูกระราน และอัลลอฮฺ คือ ผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตา

 ทำไมอิสลามจึงลดฐานะผู้หญิงลงด้วยการเก็บพวกเธอไว้เบื้องหลังผ้าคลุมหน้า ?

 

 

ฐานะของผู้หญิงในอิสลามมักจะตก

เป็นเป้าโจมตีโดยสื่อสารมวลชนในแนวเซ็คคิวลาร์(แนวคิดแยกศาสนาออกจากการเมือง)อยู่เสมอ “ฮิญาบ” หรือเครื่องแต่งกายตามแบบอิสลามได้ถูกกล่าวถึงว่าคือตัวอย่างหนึ่งที่เป็น “การปราบ” ผู้หญิงให้สยบอยู่เยี่ยงทาสภายใต้กฎหมายอิสลาม ก่อนที่เราจะใช้วิจารณญาณวิเคราะห์คำสั่งทางศาสนาที่ว่าด้วยเรื่องฮิญาบ ขอให้เราได้ศึกษาฐานะของผู้หญิงในสังคมยุคก่อนการเกิดขึ้นของอิสลามเสียก่อน

1. ในอดีตผู้หญิงถูกลดฐานะให้ด้อยค่าน่าอับอายและถูกใช้เยี่ยงวัตถุแห่งเมถุนกามตัณหา

ตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ต่อไปนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งถึงความจริงว่าฐานะของผู้หญิงในยุคอารยธรรมยุคต้น ๆ นั้นตกต่ำถึงขนาดที่ว่าพวกเธอได้รับการปฏิเสธศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนโดยสิ้นเชิง

 
 
1.1 อารยธรรมบาบิโลเนียน
ผู้หญิงถูกทำให้ต่ำต้อยและถูกปฏิเสธสิทธิทั้งปวงภายใต้กฎหมายบาบิโลเนียน ถ้าผู้ชายฆ่าผู้หญิง แทนที่เขาจะถูกลงโทษภรรยาของเขากลับต้องได้รับโทษให้ตายแทน

1.2 อารยธรรรมกรีก

อารยธรรมกรีกได้รับการยอมรับว่าเป็นอารยธรรมเก่าแก่ที่มีเกียรติคุณเป็นที่น่ายกย่องเลื่องลือ ภายใต้ระบอบ “สง่าน่านับถือ” อย่างใหญ่หลวงนี้ ผู้หญิงกลับถูกกำจัดสิทธิเสียสิ้นและถูกดูถูกเหยียดหยาม ในเทพนิยายของกรีก “ผู้หญิงในจินตนาการ” นางหนึ่งที่เรียกกันว่า “Pandora” เป็นปฐมเหตุแห่งความโชคร้ายในความเป็นคน กรีกถือว่าผู้หญิงเป็นคนชั้นต่ำและต่ำต้อยกว่าผู้ชาย แม้พรหมจรรย์เป็นสิ่งล้ำค่าและผู้หญิงเป็นเพศที่น่ายกย่องอย่างสูง แต่แล้วในที่สุดชาวกรีกก็ตกอยู่ภายใต้อัตตัณหาและความวิปริตทางกามราคะ การค้าประเวณีได้กลายเป็นสิ่งปกติในชนชั้นทั้งหลายของสังคมกรีก
1.3 อารยธรรมโรมัน
เมื่ออารยธรรมโรมันอยู่ในยุครุ่งเรืองที่สุด ผู้ชายมีสิทธิ์แม้แต่จะกระทำใดๆ ก็ได้ กับชีวิตภรรยาของเขา การผิดประเวณีและการเปลือยกายเป็นสามัญวิสัยของชาวโรมัน

1.4 อารยธรรมอียิปต์

อียิปต์ถือว่าผู้หญิงเป็นสิ่งชั่วร้ายและเป็นเครื่องหมายแห่งปีศาจ

1.5 อาหรับยุคก่อนอิสลาม

ก่อนที่อิสลามจะแผ่ขยายในอาหรับ ชาวอาหรับดูถูกเหยียดหยามผู้หญิง บ่อยครั้ง ที่ทารกหญิงแรกเกิดจะถูกฝังทั้งเป็น

2. อิสลามยกย่องเชิดชูผู้หญิง หยิบยื่นความเสมอภาคให้และหวังว่าพวกเธอจะรักษาฐานะของพวกเธอให้คงอยู่ตลอดไป

อิสลามได้ยกฐานะผู้หญิงและให้สิทธิต่างๆ แก่พวกเธอมานานกว่า 1,400 ปีแล้ว อิสลามมุ่งหวังให้ผู้หญิงยึดมั่นในฐานะของพวกเธอและดำรงมันไว้สืบไป
 
 ฮิญาบสำหรับผู้ชาย
คนทั่วไปมักกล่าวถึงความสำคัญของฮิญาบเฉพาะแต่ในบริบทของผู้หญิงเท่านั้น อันที่จริงในมหาคัมภีร์อัลกุรอาน อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้ทรงกล่าวถึงฮิญาบสำหรับผู้ชายก่อนฮิญาบสำหรับผู้หญิงด้วยซ้ำ กุรอานกล่าวไว้ในซูเราะฮฺ อันนูร ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาทวารของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ” (อัลกุรอาน 24:30)

ขณะที่ผู้ชายมองผู้หญิงหากความไม่มียางอายหรือความคิดที่ไม่กระดากใจผ่านเข้ามาในจิตใจของเขาเขาควรลดสายตาของเขาลงต่ำ

ฮิญาบสำหรับผู้หญิง
 
อายะฮฺ ถัดไปในซูเราะฮฺอันนูร กล่าวว่า “และจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินะฮฺให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธออย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอและอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่แก่สามีของพวกเธอหรือบิดาของพวกเธอหรือบิดาของสามีของพวกเธอหรือลูกชายของพวกเธอ…” (อัลกุรอาน 24 : 31)
3. มาตรฐาน 6 ประการสำหรับฮิญาบ
ตามกุรอานและซุนนะฮฺ มีเกณฑ์มาตรฐานเบื้องต้น 6 ประการสำหรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของฮิญาบ3.1 เอาเราะฮฺ หรือขอบเขตของร่างกายที่ต้องปกปิด
เกณฑ์แรกคือขอบเขตของร่างกายที่ต้องปกปิด (เอาเราะฮฺ) ซึ่งต่างกันระหว่างชายกับ หญิง เอาเราะฮฺของผู้ชายอย่างน้อยต้องอยู่ระหว่างสะดือกับเข่า สำหรับผู้หญิงเอาเราะฮฺคือทุกส่วนของร่างกายยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือ หรือหากเป็นความประสงค์ของพวกเธอก็สามารถปกปิดส่วนของร่างกายส่วนนี้ (ใบหน้าและมือ) ด้วยก็ได้ นักวิชาการอิสลามบางท่านยืนยันหนักแน่นว่าใบหน้าและมือก็เป็นส่วนของร่างกายที่ต้องปกปิดด้วยเช่นกันอีก 5 เกณฑ์ที่เหลือนั้นเหมือนกันทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
3.2 ชุดที่สวมใส่ต้องหลวมและต้องไม่เปิดเผยให้เห็นรูปร่าง
3.3 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่บางจนมองทะลุผ่านได้
3.4 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่งามหรือมีเสน่ห์จนเป็นที่ดึงดูดใจของเพศตรงข้าม
3.5 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่คล้ายคลึงกับของเพศตรงข้าม
3.6 ชุดที่สวมใส่ต้องไม่คล้ายคลึงกับของบรรดาผู้ปฏิเสธ พวกเขาจะต้องไม่สวมใส่ชุดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะหรือสัญลักษณ์ในศาสนาของบรรดาผู้ปฏิเสธ

4. ฮิญาบรวมถึงความประพฤติและพฤติกรรมอื่นๆ ด้วย

ฮิญาบที่สมบูรณ์นั้นนอกเหนือจากการแต่งกายตามเกณฑ์ทั้ง 6 ประการแล้วยังครอบคลุมถึงความประพฤติที่มีศีลธรรม พฤติกรรม ทัศนคติ และความตั้งใจของแต่ละบุคคลด้วย ผู้ที่เพียงแต่ปฏิบัติตามเฉพาะกฎเกณฑ์ของฮิญาบในส่วนที่เกี่ยวกับเสื้อผ้าก็จะเป็นการเชื่อฟังปฏิบัติตามเป้าหมายของ “ฮิญาบ” ในมุมมองที่แคบๆ เท่านั้น ฮิญาบเสื้อผ้าย่อมไปด้วยกันกับฮิญาบแห่งดวงตา ฮิญาบแห่งหัวใจ ฮิญาบแห่งความคิด และฮิญาบแห่งเจตนารมณ์ (นิยะฮฺ) มันยังรวมถึงวิถีที่มนุษย์เดินเหิน วิถีที่มนุษย์พูดจาพาทีและวิถีที่เขากระทำด้วย เป็นต้น5. ฮิญาบป้องกันการข่มเหง
เหตุผลว่าทำไมฮิญาบถูกกำหนดแกผู้หญิง มีบัญญัติในซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ อายะฮฺต่อไปนี้ “โอ้ นบีเอ๋ย !จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้าและบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธาให้พวกเขาดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน 33 : 59)
กุรอานกล่าวว่า ได้ถูกกำหนดสำหรับผู้หญิงเพื่อว่าพวกเธอจะได้รับการยอมรับในฐานะหญิงผู้สงบเสงี่ยมและจะช่วยปกป้องพวกเธอจากการถูกข่มเหงรังแก
 
 
6. ตัวอย่างจากพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง
สมมุติหญิงสองคนเป็นฝาแฝดกันและทั้งคู่สวยพอกัน เดินไปด้วยกันบนถนน คนหนึ่งแต่งกายด้วยฮิญาบทุกส่วนของร่ายกายถูกปกปิดยกเว้นใบหน้าและมือ อีกคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามแบบตะวันตก กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้น แล้วมีอันธพาลคอยจ้องจะจับ ล้อเล่น ยั่วเย้าผู้หญิง ใครเล่าจะเป็นผู้ถูกลวนลาม ? ผู้หญิงที่แต่งชุดฮิญาบหรือผู้หญิงที่แต่งชุดกระโปรงสั้น ? โดยธรรมชาติแล้วเขาย่อมลวนลามผู้หญิงที่นุ่งกระโปรงสั้น ดังนั้นการแต่งกายจึงเป็นการเชื้อเชิญทางอ้อมให้เพศตรงข้ามลวนลามข่มเหง กุรอานจึงกล่าวไว้เป็นถูกต้องแล้วที่ว่า ฮิญาบปกป้องผู้หญิงจากการถูกข่มเหงลวนลาม
7. การลงโทษที่รุนแรงสำหรับพวกข่มขืนทั้งหลาย
 
ภายใต้บทบัญญัติของอิสลาม ผู้ชายที่ทำข่มขืนผู้หญิงจะต้องได้รับการลงโทษที่รุนแรง คำกล่าวอันเฉียบขาดนี้ทำให้หลายคนพิศวง บางคนพูดว่าอิสลามโหดร้ายเป็นศาสนาที่ป่าเถื่อน ผมเคยตั้งคำถามง่ายๆ กับคนที่ไม่ใช่มุสลิมนับร้อยคนว่า สมมุติ , ทั้งที่พระเจ้าทรงห้าม , แต่ใครบางคนกลับข่มขืนภรรยาของท่าน แม่ของท่านหรือพี่สาว น้องสาวของท่าน ท่านได้รับรู้การพิพากษาในความผิดนั้นแล้วและผู้กระทำอนาจารคนนั้นได้ถูกพาตัวมาอยู่ต่อหน้าท่าน โทษสถานใดที่ท่านจะลงทัณฑ์แก่เขา ? ทุกคนตอบว่าพวกเขาจะฆ่าให้ตาย บางคนขยายความว่าเขาจะทรมานจนตายผมถามพวกเขาต่อไปว่า คนที่ข่มขืนภรรยาหรือแม่ของท่าน ท่านจะหยิบยื่นความตายให้แก่เขา แต่พอการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันถูกกระทำกับภรรยาหรือลูกสาวของคนอื่น ท่านพูดว่าการลงโทษที่รุนแรงนั้นป่าเถื่อน ทำไมถึงได้เกิดสองมาตรฐานเช่นนี้ได้(double standards)?
8. สังคมตะวันตกเรียกร้องสิทธิในการยกฐานะผู้หญิงแบบจอมปลอม
 
การพูดถึงเสรีภาพของผู้หญิงของโลกตะวันตกนั้นไม่ได้มีสิ่งใดนอกจากรูปแบบที่แอบแฝงสำหรับการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากเรือนร่างของเธอ การลดฐานะแห่งจิตวิญญาณของเธอและทำลายเกียรติยศชื่อเสียงของเธอให้หมดไป สังคมตะวันตกเรียกร้องสิทธิในการยกฐานะผู้หญิง ตรงกันข้ามมันเป็นการทำให้พวกเธอมีฐานะเช่นนางบำเรอ หญิงผู้มากชายหลายชู้และเป็นเช่นผีเสื้อสังคมที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าตกเป็นเครื่องเล่นของผู้แสวงหาความสำราญ และการค้าประเวณีที่ซ่อนเร้นอยู่หลังฉากหลากสีแห่งศิลปะและวัฒนธรรม
 
9. อเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการข่มขืนสูงที่สุด
เป็นที่ยอมรับกันว่าสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่เจริญที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการข่มขืนสูงที่สุดในโลกด้วย ตามรายงานของเอฟบีไอ (FBI) ในปี 1990 การข่มขืนในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีเฉลี่ยวันละ 1,756 ราย ต่อมามีรายงานอื่นระบุว่า การข่มขื่นในอเมริกาเฉลี่ยวันละ 1,900 ราย แต่ไม่ระบุว่าเป็นปีใด อาจเป็นปี 1992 หรือ 1993 อาจเป็นเพราะคนอเมริกัน “หนักข้อขึ้น ” ในปีต่อๆมา

ขอให้ลองพิจารณาถึงภาพที่ได้รับ หากฮิญาบของอิสลามถูกนำมาใช้ในอเมริกา นั่นคือเมื่อใดก็ตามที่ผู้ชายมองผู้หญิงแล้วเกิดความคิดที่ไร้ยางอางหรือไม่กระดากอายขึ้น เขาก็ลดสายตาลงต่ำ จากนั้นผู้หญิงทุกคนสวมฮิญาบตามแบบอิสลามคือทุกส่วนของร่างกายถูกปกปิดยกเว้นใบหน้าและฝ่ามือ นอกจากนี้หากว่าใครข่มขืนแล้วได้รับโทษที่รุนแรง ผมขอถามท่านว่า จากภาพที่ได้พรรณนามานี้อัตราการข่มขืนในอเมริกาจะเพิ่มขึ้น คงเดิม หรือจะลดลง?

10. การยอมรับบทบัญญัติของอิสลามจะช่วยลดอัตราการข่มขืน

โดยหลักธรรมชาติ ทันทีที่บทบัญญัติของอิสลามถูกนำมาปฏิบัติผลลัพธ์ในทางที่ดีย่อมบังเกิดอย่างแน่นอน หากบทบัญญัติของอิสลามได้รับการยอมรับและนำไปปฏิบัติในทุกส่วนของโลกไม่ว่าในอเมริกาหรือยุโรป สังคมก็จะหายใจอย่างโล่งอก ฮิญาบไม่ได้ลดฐานะของผู้หญิงหรือทำให้ผู้หญิงอยู่ในสภาพที่น่าอับอายแต่ฮิญาบช่วยเชิดชูผู้หญิงช่วยปกป้องความสงบเสงี่ยมสง่างามและพรหมจรรย์ของเธอ

From → Uncategorized

ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: